ออสซี่เริ่มค้นหา ‘กล่องดำ’ ของ ‘MH370′

kistlerhigbeecahoot.com

ออสเตรเลียส่งเรือพร้อมยานค้นหาใต้น้ำติดตั้งอุปกรณ์จับสัญญาณกล่องดำ ไปยังพื้นที่ค้นหาเครื่องบินโบอิ้ง 777 เที่ยวบิน MH370 ในมหาสมุทรอินเดียแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่าไม่มีจำกัดเวลาค้นหา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ว่า เรือสัญชาติออสเตรเลียซึ่งบรรทุกยานค้นหาใต้น้ำซึ่งติดตั้งเครื่องจับสัญญาณกล่องดำ ถูกส่งไปยังมหาสมุทรอินเดียแล้ว เพื่อร่วมในปฏิบัติการค้นหาโบอิ้ง 777-200ER เที่ยวบิน MH370 ของสายการบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ส ซึ่งหายสาบสูญไปเมื่อวันที่ 8 มี.ค. แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า จำเป็นต้องพบเศษซากเครื่องบินที่ลอยน้ำอยู่ก่อน เพื่อจำกัดพื้นที่ค้นหา

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การค้นหาซากของเที่ยวบิน MH370 ที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียระบุว่า ตกลงในน่านน้ำทางใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ แม้เรือค้นหาจะสามารถกู้วัตถุลอยน้ำขึ้นมาได้เมื่อวันเสาร์ แต่ปรากฏว่าเป็นขยะคล้ายอุปกรณ์จับปลา ไม่ใช่ซากของ MH370 ขณะที่เมื่อวันอาทิตย์ เรือ ‘เอชเอ็มเอเอส ซัคเซสส์’ ของออสเตรเลีย และ ‘ไห่ซุน 01′ ของจีน พบวัตถุลอยน้ำเพิ่มเติม แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่ามาจากเครื่องบินที่หายไป

อีกด้านหนึ่ง โทนี แอ็บบ็อตต์ นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศออสเตรเลีย เผยต่อผู้สื่อข่าวในเมืองเพิร์ธว่า ไม่มีการจำกัดเวลาสำหรับการค้นหา MH370 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 ชีวิต

 

ยานค้นหาใต้น้ำ

 

ทั้งนี้ การค้นหาในวันจันทร์ เครื่องบิน 10 ลำจากออสเตรเลีย, จีน, ญี่ปุ่น, นิวซีแลนด์, มาเลเซีย, เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ ออกค้นหาเบาะแสของ MH370 ในพื้นที่ค้นหาใหม่ซึ่งมีขนาดเท่ากับประเทศนอร์เวย์ ห่างจากเมืองเพิร์ธของออสเตรเลียไปทางตะวันตกราว 1,850 กม. นอกจากนี้ยังมีเรืออีก 10 ลำ รวมถึงเรือ ‘โอเชียน ชีลด์’ ของกองทัพเรือออสเตรเลีย พร้อมยานค้นหาใต้น้ำซึ่งติดตั้งเครื่องจับสัญญาณกล่องดำที่สหรัฐฯ ส่งมา จะถูกส่งไปยังพื้นที่ค้นหาด้วย

อย่างไรก็ตาม ร้อยเอก มาร์ค แมทธิวส์ แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งมีส่วนร่วมในการค้นหาเครื่องบินเจ็ตของสายการบิน แอร์ ฟรานซ์ ที่ตกในมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อปี 2009 ออกมาเตือนว่า จำเป็นต้องค้นหาซากเครื่องบินที่ลอยน้ำอยู่ให้พบเสียก่อน เพื่อลดพื้นที่สำหรับการค้นหาใต้ทะเล แต่ตอนนี้พื้นที่ค้นหาโดยพื้นฐานแล้วมีขนาดเท่ากับมหาสมุทรอินเดียทั้งหมด ซึ่งต้องใช้เวลาค้นหายาวนานเกินไป

ขณะที่ นาวาเอกพิเศษ ปีเตอร์ ลีฟวี ผู้บัญชาการปฏิบัติการค้นหา MH370 ในส่วนของกองทัพ กล่าวว่า จุดมุ่งหมายของการค้นหาในวันจันทร์ยังคงเป็นการตามหาเศษซาก และยืนยันว่ามาจากเครื่องบินที่หายไปจริงๆ จากนั้นจึงกลับไปค้นหาจุดที่เครื่องตก

อนึ่ง MH370 หายไปเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ขณะที่สัญญาณที่ปล่อยออกมาจากกล่องดำปกติจะหยุดลงใน 30 วัน และขณะนี้การค้นหาล่วงเลยมาจนถึงวันที่ 24 แล้ว จึงทำให้เกิดความกังวลว่า กว่าเรือ โอเชียน ชีลด์ จะเดินทางไปถึงพื้นที่ค้นหาต้องใช้เวลา 3 วัน ซึ่งอาจสายเกินไปแล้วก็เป็นได้

 

โทนี แอ็บบ็อตต์

 

‘พุทธะอิสระ’นำรื้อเวทีหน้า ป.ป.ช. เสียงคล้ายปืนดัง1นัด กวป.ถอยร่น

kistlerhigbeecahoot.com

“หลวงปู่พุทธะอิสระ” นำมวลชน กปปส. จากเวทีแจ้งวัฒนะ เข้าขอคืนพื้นที่ กวป. ที่หน้าสำนักงาน ป.ป.ช. ปะทะเล็กน้อย ก่อนมีเสียงคล้ายปืนดังขึ้น ทำให้ผู้ชุมนุม กวป. ถอยร่น พร้อมประกาศรวมพล จ่อยึดพื้นที่คืนอีกครั้ง…เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้นำมวลชน กปปส. จากเวทีแจ้งวัฒนะ เข้าขอคืนพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ที่ปักหลักชุมนุมอยู่หน้าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถนนสนามบินน้ำ จ.นนทบุรีโดยขณะที่มวลชน กปปส. ได้ช่วยกันเก็บรื้อเก้าอี้ เวที และเต็นท์ของกลุ่ม กวป. ได้มีเหตุปะทะกันเล็กน้อย ระหว่างผู้ชุมนุม 2 ฝ่าย มีการขว้างปาสิ่งของ และมีเสียงคล้ายเสียงปืนดังขึ้นจากฝั่งแนวร่วม กวป. ก่อนที่ กวป. จะถอยร่นออกจากพื้นที่ไป ทั้งนี้ หลวงปู่พุทธะอิสระ อ้างว่า ต้องการจะผ่านทางเพื่อไปยังสำนักงานกองสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อทวงเงินค่าข้าวที่กองสลากติดค้างไว้จำนวน 2 แสนกว่าบาท ขณะที่ นายราเชน ตระกูลเวียง แกนนำ กปปส. นนทบุรี ก็ได้นำมวลชนเข้าโอบล้อม เพื่อระวังความปลอดภัยให้กับหลวงปู่พุทธะอิสระ อีกทางหนึ่งอย่างไรก็ตาม กลุ่ม กวป. ได้ประกาศระดมพล เพื่อเตรียมยึดพื้นที่บริเวณหน้าสำนักงาน ป.ป.ช.คืนอีกครั้ง ขณะที่ในพื้นที่โดยรอบ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 500 นาย คอยดูแลรักษาความปลอดภัย.

ช่วยระทึก! หนุ่มลูกจ้างกฟภ. ถูกไฟดูดติดคาเสาแรงสูง

kistlerhigbeecahoot.com

หนุ่มลูกจ้าง กปภ.ปีนขึ้นไปเปลี่ยนสายไฟหน้าตึกในโรงพยาบาล ถูกกระแสไฟแรงสูงดูด ไฟลุกท่วมร่างร้องโหยหวน เพื่อนๆ ไม่มีใครกล้าช่วย ต้องรอรถกระเช้าของการไฟฟ้าฯ ร่วมครึ่งชั่งโมง ท่ามกลางการลุ้นระทึก สุดท้ายนำร่างลงมาได้ในสภาพสาหัส…

 

เมื่อเวลา 10 น. วันที่ 26 มี.ค. พ.ต.ท.รัญพงษ์ ไชยชนะ พงส. สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นำกำลังรุดไปตรวจสอบ ที่บริเวณหน้าตึกเวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ถนนสุเทพ ต.สุเทพ หลังรับแจ้งเหตุมีคนถูกไฟฟ้าแรงสูงดูด

 

ที่เกิดเหตุพบชาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายอำนวย นันยา อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9809 หมู่ 1 ต.บ้านทับ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ลูกจ้างรายวันของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเชียงใหม่ ถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงดูดร่างจนเกิดประกายเพลิงลุกไหม้ นอนหงายติดคาปูนพาดแนวสายไฟ ซึ่งนายอำนวยยังพอมีสติ ได้ตะโกนขอความช่วยเหลือลงมาเป็นระยะๆ แต่เพื่อนคนงานได้แต่ยืนดู ไม่มีใครกล้าปีนขึ้นไปช่วย เพราะกระแสไฟฟ้าแรงสูงยังไม่ถูกตัด

ต่อมา พ.ต.ท.รัญพงศ์ ได้ประสานตำรวจจราจรมาปิดถนนชั่วคราว พร้อมแจ้งรถกู้ภัยและรถพยาบาลมารอให้ความช่วยเหลือ แต่กว่ารถกระเช้าของของการไฟฟ้าฯ จะมาถึงใช้เวลารอนานร่วมครึ่งชั่วโมงท่ามกลางแพทย์ พยาบาล มายืนตะโกนให้กำลังใจคนเจ็บที่ติดอยู่บนเสาไฟ จนในที่สุดรถกระเช้าและรถเครนก็สามารถนำร่างคนเจ็บลงมาจากเสาไฟฟ้าแรงสูงได้สำเร็จ ก่อนจะรีบนำตัวส่งเข้าห้องฉุกเฉิน รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อให้แพทย์ทำการรักษา

จากการสอบสวน นายธรรมรัตน์ กาวิละ อายุ 22 ปี เพื่อนคนงาน ให้การว่า เช้าวันนี้ ได้รับคำสั่งจากหัวหน้างานให้มาเปลี่ยนสายไฟฟ้าแรงสูง จากสายเปลือยเป็นสายหุ้มฉนวน หลังจากที่ตัดไฟแล้วก็พากันปีนขึ้นไปทำงาน นายอำนวยผู้บาดเจ็บอยู่ชั้นบนสุด ส่วนตนอยู่ชั้น 2 ถัดลงมา ปรากฏว่าเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อกระแสไฟฟ้าแรงสูงเกิดไหลย้อนจากเส้นอื่นมาดูดร่างนายอำนวย จนมีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว และเกิดเพลิงลุกไหม้ร่าง นายอำนวยร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา แต่เพื่อนๆ ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย จึงรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือดังกล่าวอย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ติดตามไปดูนายอำนวยที่ห้องฉุกเฉิน พบว่าอาการยังคงสาหัส น่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากถูกไฟคลอกร่างท่อนบนเกือบทั่วตัว.

 

สภ.ฉลอง ปัดรีดส่วยครูสอนดำน้ำต่างชาติ

kistlerhigbeecahoot.com

ผกก.สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต ยืนยัน ไม่เคยมีชุด ฉก.ออกรีดไถครูดำน้ำต่างชาติ-ผู้ประกอบการ ด้านอุปนายก ส.ธุรกิจท่องเที่ยว ระบุต้องเปิดโต๊ะระดมทุกหน่วยงานจัดระเบียบให้เป็นรูปธรรม…วันนี้ (24 มี.ค. 57) จากกรณีสมาคมดำน้ำทีดีเอแห่งประเทศไทย เข้ารับฟังปัญหากลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจดำน้ำและครูสอนดำน้ำชาวต่างชาติใน จ.ภูเก็ต ถูกตำรวจจับกุมในข้อหาทำงานผิดประเภท ทั้งที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง บางรายถูกเจ้าหน้าที่ยึดหนังสือเดินทาง ส่งผลได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ ข่มขู่ให้มีการจ่ายเงินรายเดือน เพื่อแลกกับการไม่เข้าจับกุม หรือดำเนินคดี โดยสมาคมฯ ระบุที่ผ่านมายังไม่มีผู้ประกอบการรายใดทำเรื่องร้องเรียนผ่านสมาคมฯ และผู้ประกอบการยังอยู่อย่างกระจัดกระจาย ไม่มีการรวมตัวกัน จึงเป็นช่องว่างให้กับเจ้าหน้าที่บางรายแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสาร-ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นส่งไปยัง รอง.ผบช.ภ.8 เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาและจัดการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกคอกความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.อ.กฤตภาศ เดชอินทรศร ผกก.สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ที่ผ่านมาตลอด 4 ปีที่ตนเองอยู่ในพื้นที่ ต.ฉลอง อ.เมือง 0.ภูเก็ต ไม่เคยมีชุดเฉพาะกิจ หรือจัดตั้งชุดเฉพาะกิจ ออกไปจับกุมครูสอนดำน้ำต่างชาติ หรือผู้ประกอบการดำน้ำในพื้นที่ ทั้งในและนอกเครื่องแบบมาก่อน ส่วนจะมีหน่วยงานอื่นเข้าไปตรวจสอบจับกุมดังกล่าวนั้น ตนเองไม่ทราบ แต่มั่นใจได้ว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สภ.ฉลอง เนื่องจากตนไม่มีนโยบายจับกุมกรณีดังกล่าว ส่วนเรื่องต่างชาติจะทำงานผิดประเภทในการยื่นขออนุญาตทำงานในครั้งแรกหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบ เช่น สำนักงานจัดหางานหรือตรวจคนเข้าเมือง และยิ่งมีการจับกุมแล้วเรียกเงินเพื่อแลกกับการไม่จับกุมหรือปล่อยตัวนั้น เชื่อว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน แม้ว่าในพื้นที่รับผิดชอบจะมีบริษัทให้บริการดำน้ำตั้งอยู่เป็นจำนวนมากก็ตาม

ดังนั้น จึงอยากให้สมาคมดำน้ำทีดีเอแห่งประเทศไทย ที่กำกับดูแลครูสอนดำน้ำต่างชาติ-ผู้ประกอบการดำน้ำในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ระบุเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อ้างว่าเป็นชุดนอกเครื่องแบบดังกล่าว ซึ่งถ้าพบเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง ตนไม่เอาไว้แน่ ส่วนกรณีผู้ถูกจับกุมอ้างมีการนำตัวขึ้นโรงพักนานนับชั่วโมงนั้น อาจเป็นหน่วยงานอื่นนำผู้ถูกจับกุมมาสอบสวนที่ สภ.ฉลอง ผู้ถูกจับกุมจึงคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง เป็นผู้จับกุมทางด้าน นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต กล่าวถึงปัญหาดังกล่าวว่า ที่ผ่านมาทางสมาคมฯ ไม่เคยได้รับเรื่องร้องเรียน หรือปัญหาดังกล่าว เนื่องจากกลุ่มครูสอนดำน้ำต่างชาติ หรือผู้ประกอบการธุรกิจดำน้ำใน จ.ภูเก็ต ไม่ได้ขึ้นตรง หรือเข้ามาเป็นสมาชิกของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว โดยธุรกิจดังกล่าวจะขึ้นตรงกับสมาคมดำน้ำทีดีเอแห่งประเทศไทย ซึ่งมีสถานที่ทำการเหมือนกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต เช่นกัน

ขณะเดียวกัน ธุรกิจดังกล่าวมีความเกี่ยวเนื่องกับการขออนุญาตทำงานของชาวต่างชาติ จึงต้องเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 ภูเก็ต หรือจัดหางาน จ.ภูเก็ต ทั้งนี้ ครูสอนดำน้ำไม่ใช่อาชีพสงวนใน 39 ข้อต้องห้าม ที่จะสงวนไว้ให้เฉพาะคนไทยทำ แต่ขั้นตอนการขออนุญาตจะต้องถูกต้องเช่นกัน ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานของรัฐจะต้องเข้ามารับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมกับบูรณการขั้นตอนการทำงานต่างๆ ให้ชัดเจน ซึ่งจะทำให้กลุ่มผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติทำตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้องส่วน พ.ต.ต.เทียนชัย ชมภู สว.ตม.จ.ภูเก็ต กล่าวถึงปัญหาดังกล่าวว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จ.ภูเก็ต ไม่ได้มีชุดเฉพาะกิจ หรือจัดตั้งชุดเฉพาะกิจทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้าไปตรวจสอบหรือจับกุมชาวต่างชาติที่เป็นครูสอนดำน้ำ หรือผู้ประกอบการที่เป็นชาวต่างชาติ แต่จะมีการตรวจสอบการขออนุญาตทำงานของชาวต่างชาติ ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ว่าตรงตามลักษณะการขออนุญาตจากจัดหางาน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่มากกว่า และไม่เคยมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบออกไปจับกุมและเรียกเก็บเงินเพื่อแลกกับการไม่จับกุมดังกล่าว การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเป็นไปตามนโยบายของ ผบช.ตม. โดยมีการทำงานอย่างเป็นระบบและชัดเจน มุ่งเน้นไปที่การสืบสวนสอบสวนกลุ่มบุคคลที่เป็นชาวต่างชาติเคยก่อเหตุ หรือมีประวัติอาชญากรจากประเทศนั้นๆ แล้วหลบหนีเข้ามาทำงาน หรือกบดานในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อจับกุมและผลักดันออกนอกประเทศ

เคาะปม ‘ไฟไหม้บ่อขยะ’ ใครคือตัวการ?

kistlerhigbeecahoot.com

ขณะที่หลายหน่วยงานกำลังวิ่งวุ่นควบคุมเพลิงไหม้ที่บ่อขยะ ซอยแพรกษา 8 จ.สมุทรปราการ รวมถึงหาสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ว่า เกิดจากการลักลอบนำกากอุตสาหกรรมเข้ามาทิ้ง หรือเกิดจากการจุดไฟเผาเองของคนงานบ่อขยะ แล้วควบคุมไม่ได้กันแน่

วันนี้ ‘ไทยรัฐออนไลน์’ พูดคุยกับนักวิชาการด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ว่าอะไรคือ ‘ความเป็นไปได้’ ของการเกิดไฟไหม้บ่อขยะ แล้วหนทางใดบ้างที่จะช่วยให้การดับไฟบ่อขยะสำเร็จ ตลอดจนแนวทางในการป้องกัน…เจาะสาเหตุ “บ่อขยะ” เกิดไฟไหม้ได้อย่างไร?รศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นอธิบายถึงการเกิดไฟไหม้บ่อขยะ ซึ่งมี 2 ส่วน ส่วนแรก คือ การเกิดจากแก๊สมีเทน ไบโอแก๊ส ที่เป็นแก๊สที่มาจากการหมัก และการย่อยของสารอินทรีย์ โดยในกองขยะจะมีสารอินทรีย์อยู่ประมาณ 55% หากขยะถูกหมักและทิ้งไว้นาน จำนวนของแก๊สมีเทนก็ยิ่งมีมากขึ้น ส่วนที่ 2 คือ เพราะจากการหมักไว้เป็นเวลานาน และเกิดการย่อยสลาย สัดส่วนของปริมาณคาร์บอน โดยเฉพาะด้านล่างของบ่อขยะ ที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี”ปริมาณคาร์บอนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะด้านล่างบ่อ ก็คือเชื้อเพลิงดีๆ จึงเป็นสาเหตุว่า ทำไมเราฉีดน้ำข้างบน แต่ไม่ดับสักที ก็เพราะข้างล่างมีเชื้อเพลิงอยู่ ซึ่งตัวแก๊สมีเทนไม่ละลายน้ำ ไม่ว่าจะฉีดเยอะเท่าไร เราก็ไม่สามารถไล่แก๊สมีเทนไปได้สักที นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 ปัจจัยที่ทำให้เกิดการไหม้ ได้แก่ 1.มีเชื้อเพลิง ซึ่งบ่อขยะมีเชื้อเพลิงอยู่แล้วจำนวนมาก 2.มีออกซิเจน หรืออากาศ ซึ่งส่วนนี้ก็แก้ไขปัญหา ต้องดูทิศทางลมว่า ลมเข้าตรงไหนเยอะ ก็ควบคุมตรงนั้น และ 3.มีวัสดุที่เป็นส่วนผสม ซึ่งเราต้องลด 3 ปัจจัยนี้พร้อมกัน” รศ.ดร.พิสุทธิ์ กล่าวรศ.ดร.พิสุทธิ์ ยังระบุอีกว่า การเกิดเพลิงไหม้ของกองขยะครั้งนี้ เป็นไปได้ทั้ง “มีคนจุดเอง แต่ควบคุมไม่ได้” เพราะรู้ไม่เท่าไม่ถึงการณ์ และก็เป็นไปได้ที่กองขยะนี้ “เกิดขึ้นเอง”!! เนื่องจากแก๊สมีเทนที่มีอยู่จำนวนกว่าครึ่งในกองขยะ ซึ่งแก๊สมีเทนมีจุดเดือดที่ต่ำมาก หากมีอุณหภูมิของอากาศสูงขึ้น ก็สามารถเกิดการไหม้อีกได้ นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับ “ระยะเวลา” ของการเกิดบ่อขยะว่าใช้มานานแค่ไหน หรือมีปริมาณขยะมากน้อยอย่างไรด้วย

ดับไฟไหม้บ่อขยะ ใช้น้ำ หรือสารเคมี?การควบคุมเพลิงบ่อขยะนั้น การใช้น้ำอาจไม่ได้ผลดีเสมอไป เพราะหากสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นแล้ว อาจมีค่าใช้จ่ายเพื่อ ​”บำบัดน้ำเสีย” เพิ่มมากขึ้น เพราะน้ำที่เอาไปรดเพื่อดับไป จะถูกแปรสภาพเป็นน้ำเสีย ซึ่งการใช้สารเคมีอาจเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ แม้มีราคาสูงก็ตาม”ยกตัวอย่างการดับไฟบ่อขยะ ต้องเริ่มคำนวณแล้ว หากฉีดน้ำมาได้ 5 วันแล้ว แต่ยังไม่ดับ แล้วน้ำที่ฉีดไปก็เป็นน้ำเสีย ก็ต้องมาบำบัดอีก ดังนั้น ถ้าคิดค่าน้ำที่ฉีด และการบำบัด อาจจะสูสีกับการใช้สารเคมีก็ได้ ซึ่งหากใช้ข้อมูลเชิงดาวเทียมดูว่า จุดไหนที่ไฟไหม้เยอะ ควรเอาสารเคมีลง เพราะแสดงว่า จุดนั้นมีเชื้อเพลิง ต้องปิดจุดไหม้ตรงนั้นโดยด่วน ไม่ต้องฉีดทั้งหมด แล้วส่วนใหญ่สารเคมีที่ดับไฟเป็นสารเคมีหนัก โอกาสที่ไหม้ไฟจะน้อย หรือฟุ้งไปกระทบประชาชน ซึ่งสารเคมีก็ได้มีการทดลองมาแล้วว่า ถ้าไหม้ไฟจะไม่เหมาะในการดับไฟ” รศ.ดร.พิสุทธิ์ แนะนำป้องกัน-แก้ไข ทำได้อย่างไรบ้างสำหรับการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการเกิด “ไฟไหม้บ่อขยะ” ทำได้ 2 วิธี คือ 1. การออกแบบบ่อขยะที่ถูกต้องและเหมาะสม ด้วยการมีท่อระบายแก๊สมีเทนที่ต่อจากบ่อขยะลงใต้ดินลึกๆ จากนั้นจึงเผาขยะ และ 2. การแยกขยะ ซึ่งการแยกขยะนั้น รศ.ดร.พิสุทธิ์ ยืนยันว่า หากแยกขยะได้ จะสามารถช่วยลดปัญหานี้ได้อย่างมหาศาล

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องการลักลอบขนกากอุตสาหกรรมาทิ้งนั้น แม้จะส่งผลรุนแรงต่อการเผาไหม้ แต่สิ่งที่รุนแรงกว่านั้น ไม่ใช่เชิงการเผาไหม้ แต่เป็นความรุนแรงของ “การแพร่กระจายพวกโลหะหนัก” หรือแม้กระทั่งสารพิษชนิดอื่นที่อยู่ในขยะ เพราะขยะมูลฝอยที่ทิ้งกันอยู่ทุกวันนี้ มีสารพิษของเสียอันตรายอยู่แล้วอย่างน้อย 3% เพราะไม่มีการแยกขยะไว้ แยกขยะง่ายๆ ใครๆ ก็ได้ การแยกขยะยังคงเป็นปัญหาสำคัญของคนไทยที่ยังไม่คุ้นชินกับการ “คัดแยกขยะ” ก่อนทิ้งในถัง “ไทยรัฐออนไลน์” จึงขอย้ำถึงวิธีการแยกขยะอีกครั้ง ดังนี้ 1.ขยะย่อยสลายได้ เช่น เศษอาหารและพืชผักที่เหลือจากการรับประทาน และการประกอบอาหาร  สามารถนำไปหมักทำปุ๋ยได้ 2.ขยะรีไซเคิล หรือขยะที่สามารถนำไปขายได้ เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะ/อโลหะ       3.ขยะทั่วไป เป็นขยะที่ย่อยสลายยากและไม่คุ้มค่าในการนำไปรีไซเคิล เช่น ซองบะหมี่สำเร็จรูป  เปลือกลูกอม ถุงขนม ถุงพลาสติก4.ขยะพิษ หรือขยะมีพิษที่ต้องเก็บรวบรวมแล้วนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี เช่น กระป๋องยาฆ่าแมลง หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย

นอกจากนี้ จากเพจ “เรื่องสิ่งแวดล้อมเรื่องของเรา” ของ รศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล ระบุว่า หากเราแยกขยะ ประโยชน์ที่เราจะได้นั้นมีมากมาย เพราะเราจะได้ทั้ง1. ก๊าซชีวภาพ จากขยะอินทรีย์ ในปริมาณมหาศาล ที่จะช่วยลดปัญหาจากปรากฏการณ์ Climate change และไฟไหม้หลุมฝังกลบขยะอย่างยั่งยืน2. กระดาษใหม่ และรายได้จากการขายเศษกระดาษ เพราะในขยะมูลฝอยมีเศษกระดาษ กว่า 8% นอกจากนี้ หลายโรงงานในประเทศไทยเป็นผู้ผลิตกระดาษจากเศษกระดาษรีไซเคิล 3. พลาสติกรีไซเคิล สำหรับหมุนเวียนใช้ในประเทศ ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบ ผลกระทบจากกระบวนการผลิตทางปิโตรเคมี และสร้างรายได้ให้กับผู้คัดแยก 4. ภาชนะจำพวกแก้ว ที่ปัจจุบันนำมารีไซเคิลจากเศษแก้ว ได้เกือบ 100% รวมไปถึงวัสดุอุปกรณ์สำหรับผู้พิการ ที่สามารถผลิตได้จากเศษขยะจำพวกโลหะและอลูมิเนียม 5. ลดปัญหาการปนเปื้อนของเสียอันตราย (Hazardous waste) สู่ประชาชน สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ และสภาพแวดล้อมบริเวณรอบๆ หลุมฝังกลบขยะ รวมถึงลดปัญหามลพิษที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุไฟไหม้หลุมฝังกลบขยะสุดยอดเตาเผาขยะ กับประเทศพัฒนาเต็มที่นอกจากการแยกขยะแล้ว การสร้างโรงงานเผาขยะก็มีประโยชน์เช่นกัน ในต่างประเทศ มีนวัตกรรมที่สามารถกำจัดขยะที่เผาได้วันละ 405 ตัน เปิดปฏิบัติตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งแก๊สที่ออกมาก็จะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการกำจัด เพื่อไม่ให้เป็นมลพิษตกค้าง ขณะเดียวกัน ความร้อนที่ได้จากการเผาขยะสามารถนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 6,800 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง (อ้างอิงข้อมูลเตาขยะของประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งนำไปใช้ภายในศูนย์บำบัดฯ ตลอดจนบ้านเรือนโดยสถาปัตยกรรมเตาเผาขยะในหลายประเทศ ที่ทำแทรกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ ทั้งในประเทศญี่ปุ่นที่เป็นเกาะ ประเทศในแถบยุโรป อาทิ ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี เดนมาร์ก สวีเดน อังกฤษ และอีกหลายเมืองใหญ่ในยุโรป เปลี่ยนการกำจัดขยะแบบฝังกลบแทนที่ด้วยเตาเผา ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย และสถาปนิกสามารถออกแบบอาคารให้ห่อหุ้มเตาเผาขยะให้สามารถยังประโยชน์ใช้สอย และสวยงาม ป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมต่อประชาชน ที่สำคัญพบนวัตกรรมในหลายประเทศคือ เตาเผาเหล่านี้ จะไม่ก่อให้เกิดของเสียตกค้างจากการเผาใหม่ non-recyclable waste generated เพราะทุกส่วนที่ออกมาเป็นกากและแก๊ส สามารถหมุนเวียนไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น แต่ปัญหาที่สำคัญที่นวัตกรรมดังกล่าว ยังไม่สามารถนำมาใช้ในประเทศไทยนั้น เพราะงบประมาณและเงินลงทุนยังไม่มีพลังมากพอก็เท่านั้นสุดท้ายแล้ว ตัวการของปัญหานี้ ก็ยังคงเป็นของ “เราทุกคน” ที่ต้องมีส่วนร่วมด้วยช่วยกัน ในการคัดแยกขยะ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ที่จะช่วยได้แก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน มาตรฐานของการสร้างบ่อขยะ และการควบคุมมาตรฐานระหว่างดำเนินการยังคงต้องเพิ่ม “ความเข้มงวด” ต่อไป.

 

 

 

 

‘จาตุรนต์’ ลงนามปลด ‘ศศิธารา’ แล้ว

kistlerhigbeecahoot.com

“จาตุรนต์” ลงนามปลด “ศศิธารา” แล้ว หลัง กกต.มีมติเห็นชอบตามมติ ศธ. กรณีทุจริตจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ อาชีวะ เผย ผู้ถูกลงโทษมีสิทธิ์อุทธรณ์คำสั่งใน 30 วัน นับแต่วันออกคำสั่ง…จากรณีคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนสามัญ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (อ.ก.พ.สกศ.) ทำหน้าที่ อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีมติปลด น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการสภาการศึกษา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ออกจากราชการ กรณีกระทำผิดวินัยร้ายแรง กรณีจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ อาชีวศึกษา โครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 ที่เอกสารสำคัญสูญหาย แต่กลับมีการอนุมัติเบิกจ่ายเงิน ซึ่งส่อว่าอาจมีความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างทำให้ราชการได้รับความเสียหาย โดยได้มีหนังสือถามความเห็นไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กกต.มีหนังสือแจ้งผลการประชุม เรื่อง ขอความเห็นชอบการสั่งลงโทษปลด น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ข้าราชการ ศธ. ออกจากราชการส่งมาถึง ศธ. เมื่อวันที่ 17 มี.ค. โดยในหนังสือดังกล่าวระบุว่า การประชุม กกต.ครั้งที่ 35/2557 เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2557 มีมติเห็นชอบกรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีคำสั่งลงโทษปลด ดร.ศศิธารา โดยเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา จึงได้ลงนามปลด น.ส.ศศิธาราแล้ว

ทั้งนี้ ผู้ถูกลงโทษมีสิทธิ์อุทธรณ์คำสั่งลงโทษต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (กพค.) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า ได้แจ้งผลการพิจารณาลงโทษ น.ส.ศศิธารา ไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูลให้มีพระบรมราชโองการให้ น.ส.ศศิธารา พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษานับตั้งแต่วันที่ รมว.ศึกษาธิการ มีคำสั่ง นอกจากนี้ ยังมีหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อให้ทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไป.

‘เซเรโซ’ เปิดรังทุบบุรีรัมย์ 4-0 ประเดิมชัยชปล.

kistlerhigbeecahoot.com
“ทาคูมิ มินามิโนะ” เหมาคนเดียว 2 ประตู บวกกับอีก 2 ประตูของ “โยอิชิโระ คาคิตานิ” และ “ดีเอโก ฟอร์ลัน” ช่วยให้ “เซเรโซ โอซาก้า” ไล่ต้อนเอาชนะ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ไปขาดลอย 4-0 ประเดิมชัยชนะนัดแรกในศึกลูกหนังเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2014 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี ได้สำเร็จ…

 

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2014 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี นัดที่ 3 บุกเยือนถิ่นนากาอิ สเตเดี้ยม พบ เซเรโซ โอซาก้า จากญี่ปุ่น หากหวังเข้ารอบ บุรีรัมย์จะต้องเอาชนะในนัดนี้ให้ได้ เพราะ 2 นัดแรก เสมอกับแพ้ มีเพียงแต้มเดียวเท่านั้น เช่นเดียวกับเซเรโซ ที่มีเพียงแต้มเดียวจาก 2 นัดแรก นัดนี้จึงหวังประเดิม 3 แต้มแรกในถิ่นตัวเองให้ได้

 

 

แค่นาทีที่ 2 เซเรโซได้ลุ้นประตูก่อน จากลูกยิงของ โยอิชิโระ คาคิตานิ แต่บอลไปโดนกองหลังบุรีรัมย์ออกหลังไป แต่อีกนาทีต่อมา คาคิตานิ โฉบเข้าไปยิงในเขตโทษ บอลพุ่งผ่านมือศิวรักษ์ เทศสูงเนิน นายทวารบุรีรัมย์เข้าประตูไป เซเรโซขึ้นนำ 1-0

 

 

ถึงนาทีที่ 10 บุรีรัมย์ได้ลุ้นตีเสมอเมื่อ สุเชาว์ นุชนุ่ม ได้ซัดในเขตโทษ แต่บอลไปชนกองหลังเซเรโซ กระดอนออกมา อีก 7 นาทีต่อมา เจ้าถิ่นได้ลุ้นประตูที่ 2 เมื่อเคนยู ซูกิโมโตะ ได้สับไกเต็มข้อจากนอกเขตโทษ แต่ศิวรักษ์ล้มตัวรับไว้ได้

 

 

นาทีที่ 22 ดีเอโก ฟอร์ลัน หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย กระชากบอลเข้าไปซัดเต็มแรง แต่ยังไม่ผ่านมือศิวรักษ์ไปได้  เซเรโซ นำ 2-0 ในนาทีที่ 34 จากจังหวะโต้กลับเร็ว ทาคูมิ มินามิโนะ กระชากบอลลุยเข้าไปในเขตโทษ ก่อนแตะหลบกองกลังบุรีรัมย์แล้วซัดผ่านมือศิวรักษ์เข้าประตูไปอย่างเหนือชั้นอีก 4 นาทีต่อมา มินามิโนะกระชากบอลลุยขึ้นมา ก่อนซัดเต็มข้อ บอลไปชนกองหลังบุรีรัมย์ออกหลังไป เซเรโซยังบุกหนักแม้ว่าจะได้ 2 ประตูไปแล้ว แต่ยังทำเพิ่มไม่ได้ หมดครึ่งแรก เซเรโซยังนำบุรีรัมย์ 2-0ครึ่งหลังผ่านไป 10 นาที เซเรโซยังครองบอลบุกได้มากกว่า แต่ยังทำประตูเพิ่มไม่ได้ ถึงนาทีที่ 60 บุรีรัมย์ส่ง ชาริล ชัปปุยส์ ลงมาแทน เจย์ ซิมป์สัน เพิ่มเน้นเกมรุกให้ดีขึ้นกว่าเดิม

 

 

เซเรโซเกือบได้ประตูที่ 3 ในนาทีที่ 68 จากลูกยิงในเขตโทษของอารีอา ฮาเซกาวะ แต่บอลไปชนกองหลังบุรีรัมย์กระดอนออกมา อีก 2 นาทีต่อมา ประทุม ชูทอง โหม่งบอลเข้าประตูได้แล้ว แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าบุรีรัมย์ได้ลุ้นประตูตีไข่แตกในนาทีที่ 73 จากลูกยิงในเขตโทษของ คาร์เมโล กอนซาเลซ แต่ถูกคิม จิน ฮอน นายทวารเจ้าถิ่น ปัดได้หวุดหวิดเซเรโซได้ลุ้นประตูที่ 3 อีก ในนาทีที่ 79 จากลูกยิงไกลของทากาฮิโระ โอกิฮาระ แต่ศิวรักษ์ล้มตัวตะครุบบอลไว้ได้ อีกนาทีต่อมา อนาวิน จูจีน ได้บอลหลุดเข้าไปซัดในเขตโทษ แต่ยิงข้ามคานแบบได้ลุ้นถึงนาทีที่ 83 เซเรโซได้ประตูนำห่าง 3-0 จากลูกยิงในเขตโทษของมินามิโนะ เป็นประตูที่ 2 ของเขาในนัดนี้ด้วย ช่วงทดเจ็บ ฟอร์ลันแผลงฤทธิ์จนได้ เมื่อได้บอลในเขตโทษ และซัดผ่านมือศิวรักษ์เข้าประตูไป ปิดเกมให้เซเรโซชนะบุรีรัมย์ไปขาดลอย 4-0 คว้าชัยนัดแรกได้สำเร็จ ทำให้เซเรโซมี 4 แต้ม จาก 3 นัด ส่วนบุรีรัมย์ มี 1 แต้ม จาก 3 นัดรายชื่อนักเตะทั้ง 2 ทีม

เซเรโซ : จิน ฮอน, ยามาชิตะ, โซเมยะ, ฮาเซกาวะ, คาคิตานิ, ซาเกโมโตะ, มารุฮาชิ, ยามากูชิ, ฟอร์ลัน, ซูกิโมโตะ, มินามิโนะบุรีรัมย์ : ศิวรักษ์, สุรัตน์, ธีราทร, โรเชลา, ประทุม, สุรีย์, คาร์เมโล, สุเชาว์, จักรพันธ์, ซิมป์สัน, ฮิราโนะ

บ้านพัง 500 หลัง พิษลูกเห็บถล่มเลย ยังละลายไม่หมด

kistlerhigbeecahoot.com

“ผู้ว่าฯ เลย” ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากเหตุการณ์พายุลูกเห็บพัดถล่ม เผยหนักสุดในรอบ 80 ปี บ้านเรือนพังกว่า 500 หลัง คาดเสียหายรวมกว่า 100 ล้าน…

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 57 มีรายงานว่า นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้เดินทางมาตรวจดูสภาพความเสียหายจากเหตุพายุฤดูร้อนหอบลูกเห็บพัดถล่ม ที่โรงเรียนสานตมมิตรภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสานตม อ.ภูเรือ วานนี้ (16 มี.ค.) พบว่าอาคารและบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก

นายวิโรจน์ กล่าวว่า จากการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับรายงานว่า พายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือว่าหนักที่สุดในรอบ 80 ปี โดยได้หอบลูกเห็บมาพัดถล่ม 2 ตำบล ได้แก่ ต.สานตม และ ต.ท่าศาลา อ.ภูเรือ ทำให้บ้านเรือนราษฎรเสียหายกว่า 500 หลังคาเรือน โดยมีโรงเรียนสานตมมิตรภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสานตม หมวดการทางสานตม แปลงดอกไม้ของเกษตรกร และสำนักงาน อบต.สานตม รวมอยู่ด้วย

ผู้ว่าฯ เลย กล่าวต่อว่า จากการประเมินความเสียหายทั้งหมด เบื้องต้นคาดว่าประมาณ 100 ล้านบาท โดยได้สั่งการให้ทางนายอำเภอภูเรือและ อบต.สานตม รีบสำรวจความเสียหายภายใน 1-2 วันนี้ ซึ่งทางจังหวัดได้ตั้งงบช่วยเหลือฉุกเฉินไว้ 500,000 บาท พร้อมประสานไปยังกาชาดจังหวัดเลย เพื่อมอบสิ่งของจำเป็นเร่งด่วนให้กับประชาชน สำหรับบ้านเรือนที่เสียหาย ซึ่งได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น หลังละ 2,000 บาท ส่วนสวนพืชไร่ของเกษตรกรที่เสียหาย ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ของการช่วยเหลือ

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ อ.ด่านซ้าย ได้รับรายงานจาก นายทวี เสริมภักดีกุล นายอำเภอด่านซ้ายว่า ที่บ้านอีปุ่ม ม.1 ต.อีปุ่ม อ.ด่านซ้าย จ.เลย ก็ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ลูกเห็บพัดถล่มเช่นกัน โดยมีบ้านเรือนเสียหายกว่า 10 หลัง นอกจากนี้ ที่บ้านโนนและบ้านเลยวังไสย์ ต.เลยวังไสย์ อ.ภูหลวง จ.เลย ก็ได้รับความเสียหายกว่า 50 หลัง เช่นกัน.

 

ผวา! ‘ระเบิดสังหาร’ โผล่กลางทุ่งนากำแพงเพชร

kistlerhigbeecahoot.com

ชาวนา อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ผวา ออกไปไถนา พบระเบิดสังหารโผล่ ใส่โหลฝังดินกลางทุ่งนา คาดวัยรุ่นนำมาซุกซ่อนไว้กลัวความผิด…

เมื่อวันที่ 14 มี.ค.57 ร.ต.ท.ทวีสิน ดำริห์ รอง สวป.สภ.พรานกระต่าย กำแพงเพชร พร้อมชุดสายตรวจ รับแจ้ง พบวัตถุระเบิด บริเวณกลางทุ่งนาบ้านเขาสว่างอารมณ์ หมู่ที่ 13 ต.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร จึงรุดตรวจสอบ พบว่า บริเวณดังกล่าวเป็นจอมปลวก มีร่องรอยการไถเพื่อปรับพื้นที่ทำนาข้าว พบวัตถุระเบิดไม่ทราบชนิดห่อด้วยถุงพลาสติกบรรจุในขวดโหลฝังอยู่อยู่ที่พื้นดินเจ้าหน้าที่ต้องกันประชาชนที่มายืนมุงดูกันเป็นจำนวนมากออกไปก่อน และใช้ยางรถยนต์ครอบระเบิดลูกดังกล่าวไว้ พร้อมกับประสานไปที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร ขอให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดมาเก็บกู้ ต่อมา ร.ต.ต.ภูดิท ชื่นภิรมย์ รองสารวัตรสืบสวน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดมาทำการเก็บกู้เป็นผลสำเร็จ

จากการตรวจสอบ พบว่า เป็นระเบิดสังหารแบบ เอ็ม 26 หรือระเบิดลูกเกลี้ยง สภาพสมบูรณ์ยังสามารถใช้งานได้ เนื่องจากยังไม่ได้ถอดสลักออก เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ระเบิดดังกล่าวน่าจะเป็นของกลุ่มวัยรุ่นในนำมาซุกซ่อนไว้เพื่อก่อเหตุ หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุและเก็บกู้เป็นที่เรียบร้อย เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้จะได้นำระเบิดลูกดังกล่าวไปทำลายต่อไป.

 

ปภ.ประกาศ ‘ชัยภูมิ-บุรีรัมย์’ แล้ง 10 อำเภอ

kistlerhigbeecahoot.com

ภัยแล้งอีสานตอนล่าง ผอ.ปภ.เขต 5 ประกาศ 2 จังหวัด ชัยภูมิและบุรีรัมย์ เตือนประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนใน 4 วันนี้…เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 57 นายมนตรี ชนะชัยวิบูลวัฒน์ รักษาราชการแทน ผอ.ศูนย์ ปภ.เขต 5 นครราชสีมา เปิดเผยว่า สภาพอากาศในช่วงนี้จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนในภาคอีสานตอนล่างระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน ในช่วง 4 วันนี้ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิต ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัยและพืชผลทางการเกษตรของเกษตรกรได้  นายมนตรี กล่าวต่อว่า หากเกิดฝนตกลมแรง ก็ขอให้ประชาชนหลบในอาคารที่มั่นคงแข็งแรง เพื่อความปลอดภัย ไม่หลบใต้ต้นไม้ใหญ่ หรืออยู่ใกล้ป้ายโฆษณา เพราะเสี่ยงต่อการถูกล้มทับ นอกจากนี้ ใครการประกอบกิจกรรมกลางแจ้ง ก็ขออยู่ให้ห่างสื่อนำไฟฟ้า งดใช้เครื่องมือสื่อสาร ส่วนผู้ที่สวมใส่เงิน ทองแดง นาก ก็ควรระมัดระวัง เพราะอาจจะเพิ่มความเสี่ยงให้ถูกฟ้าผ่าได้นายมนตรี กล่าวอีกว่า ส่วนของสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่รับผิดชอบ ล่าสุด ได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) แล้ว 2 จังหวัด คือ ชัยภูมิและบุรีรัมย์ รวม 10 อำเภอ 61 ตำบล 679 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 82,888 ครอบครัว 252,970 คนอย่างไรก็ตาม หากประชาชนได้รับความเดือดร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วน นิรภัย 1784 ตลอด 24 ชม. เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.